เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม คุณพ่อบอสโกได้เล่าให้ฟังว่า "พ่อฝันว่า พ่ออยู่ในระหว่างภูเขาใหญ่เต็มไปด้วยเด็กมากมายนับเป็นพัน ซึ่งพ่อคิดว่าเด็กของเราทั่วโลกก็ยังไม่มากเท่านี้ ระหว่างเยาวชนเหล่านี้ พ่อได้เห็นเด็กทุกคนที่กำลังอยู่ใน้บ้านของเราขณะนี้ คนอื่น ๆ คงจะเป็นเด็กที่จะมาภายหลัง ในระหว่างเด็กยังเห็นพระสงฆ์ และเณรของแต่ละบ้านด้วย ขณะเดียวกันพ่อก็เหลือบเห็นมีเนินสูง ๆ พลางคิดว่าจะทำอย่างไรกับเด็กมากมายเหล่านี้ทันทีก็ได้ยินเสียงว่า
เห็นเนินนั่นไหม เราต้องการให้ท่าน และเด็ก ๆ ขึ้นไปถึงยอด ดังนั้นพ่อจึงสั่งเด็กให้เดินไปถึงยอดที่ชี้ให้ดูนั้น เด็กก็เดินแล้วปีนขึ้นไป พระสงฆ์ก็วิ่งขึ้นไปเหมือนกัน บ้างช่วยผลักเด็กให้ขึ้น ช่วยจูงเด็กที่หกล้ม แบกเด็กที่เหนื่อยเดินไม่ไหวแล้ว คุณพ่อรัวพับแขนเสื้อขึ้นแล้วจับเด็กทีละคู่โยนขึ้นไปจนถึงยอดเขา ประหลาดมากเด็กเหล่านั้นตกลงบนพื้นในลักษณะยืนอยู่ได้ (ไม่ล้ม ไม่เจ็บ) พอถึงพื้นแล้วก็เล่นกันสนุกสนาน
คุณกาลิเอโร และคุณพ่อฟรันเชเซีย เดินไป ๆ มา ๆ ในระหว่างแถวร้องว่า
ขึ้นไป ขึ้นไป กล้าหาญไว้
ในไม่ช้าทุกคนก็ถึงยอด พ่อก็ขึ้นไปด้วย แล้วพ่อพูดว่า
เดี๋ยวนี้เราจะทำอย่างไรต่อไป เสียงนั้นก็สั่งว่า
ท่านและเด็ก ๆ ต้องข้ามภูเขาสิบลูกที่เห็นข้างหน้านั้นทีละลูก
เราจะทำอย่างไร เมื่อต้องเดินทางไกลเช่นนี้ และเด็กก็ยังเล็ก พ่อพูด เสียงนั้นตอบว่าผู้ที่เดินด้วยตนเองไม่ได้ก็บแกเขาไป ขณะนั้นพ่อเห็นรถคันหนึ่งงดงามมาก เป็นรูปสามเหลี่ยม มีล้อซึ่งหมุนไปข้างหน้าหรือถอยหลังก็ได้ ที่มุมทั้งสามมีเสาซึ่งมารวมกันที่ยอด บนยอดมีธงซึ่งมีตัวหนังสือใหญ่เขียนกำกับไว้ว่า "นิรมล" รอบ ๆ รถมีชอบกั้น มีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า "ความช่วยเหลือของพระเจ้าสูงสุด พระบิดา พระบุตร และพระจิต" รถนั้นเรืองแสงสีทอง อร่ามไปด้วยรัศมีแสงของเพชรพลอยซึ่งประดับประดารถนั้น รถแล่นเข้ามาจอดในระหว่างเด็ก ๆ หลังจากที่ได้รับคำสั่งแล้ว เด็ก ๆ ก็ขึ้นไปบนรถเข็นจำนวน 500 คน เพียงแต่ 500 คนในจำนวนเด็กเป็นพัน ๆ ซึ่งยังเป็นผู้นิรมลอยู่
เมื่อเด็กพวกนี้ขึ้นรถแล้ว พ่อกำลังคิดว่าจะเดินทางไปทางไหนดี พอดีแลเห็นถนนกว้างใหญ่ เดินได้สะดวกแต่เต็มไปด้วยหนาม ทันใดนั้นมีเด็ก 6 คน ซึ่งได้สิ้นชีวิตที่ศูนย์เยาวชนปรากฏมา เขาแต่งกายขาว ถือธงอีกผืนหนึ่งเขียนไว้ว่า "การใช้โทษบาป"
เขาทั้ง 6 มานำหน้าเด็กที่ต้องเดินไป แล้วเขาก็สั่งให้เด็กออกเดิน พระสงฆ์หลายองค์เข้าไปนำหน้ารถ แล้วช่วยกันลากรถ เด็กที่แต่งกายขาวก็เดินตามรถนั้น แล้วทุกคนก็เดินตามไป คนที่อยู่บนรถก็ร้องเพลง
"ขอให้เด็ก ๆ สรรเสริญพระเจ้า"
พ่อเดินฟังเพลงจนเพลิน เมื่อรู้สึกตัวก็หันมาดูว่าเด็ก ๆ ตามมาหมดหรือเปล่า ก็เห็นว่าเด็กหลายคนไม่ได้ขึ้นมา เด็กอีกหลายคนกลับไป พ่อรู้สึกลังเลใจอยากกลับไปเรียก และบอกให้เด็กเหล่านั้นตามมา แต่เสียงนั้นห้ามเด็ดขาด
แต่เด็กที่น่าสงสารนั้นจะเสียไป พ่อพูด
ช่างเขาเถอะ เขาถูกเรียกเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่ไม่ยอมเดินตามทางเขาที่เห็น เท่านี้ก็พอแล้ว
พ่ออ้อนวอนแล้ว อ้อนวอนอีก ขอกลับไปเรียกเด็ก แต่ไม่เกิดผล
เสียงนั้นพูดว่า ท่านก็ต้องนบนอบด้วย ต้องเดินต่อไป พ่อจนใจเดินต่อไป
ความเสียใจยังไม่หาย ก็มีเรื่องหนักใจมากขึ้น เด็กหลายคนที่อยู่บนรถคันนั้นก็ตกลงมาที่พื้นทีละคนสองคน จนในที่สุดจากจำนวน 500 คน เหลือเพียง 150 คนเท่านั้น ที่ยังคงอยู่บนรถใต้ธงนิรมลนั้น
พ่อคิดว่ากำลังฝัน พยายามจะตื่นแต่ก็เห็นว่าเป็นความจริง พ่อตบมือก็ได้ยินเสียงตบมือ ถอนหายใจก็ได้ยินเสียงถอนหายใจ อยากจะไล่ภาพนั้น แต่ก็ไล่ไม่ได้
เด็ก ๆ ที่รัก พ่อเห็น และรู้ตักคนที่ไม่ยอมเดิน คนที่ตกจากรถ อย่ากลัว พ่อพยายามที่จะทำทุกอย่างที่จะช่วยพวกเธอให้รอดพ้น เด็กหลายคนเวลาพ่อเชิญให้ไปแก้บาปเขาก็ยอมรับคำเชิญ พ่อขอร้องให้เขาช่วยวิญญาณของตนให้รอดพ้น เขาก็ฟัง เด็กที่ตกรถหลายคนเดินไปกับพวกที่เดินตามรถใต้ธงผืนที่ 2
เพลงอันไพเราะนั้นทำให้พ่อหายเสียใจบ้าง ภูเขา 7 ลูกที่เราได้ข้ามไปแล้ว เวลาเดินไปลูกที่ 8 ผ่านตำบลที่สวยงามมาก เราได้พักผ่อนกันบ้าง บ้านเรือนงดงาม มั่งคั่ง และโอ่อ่าสุดที่จะหาคำบรรยายได้ เวลาพ่อพูดถึงสถานที่นี้ พ่ออยากจะพูดเหมือนกับนักบุญเทเรซาที่พูดถึงสวรรค์ว่า "ภาษามนุษย์ไม่สามารถสรรหาคำมาบรรยายได้"
บ้านทำด้องทองคำ แก้วทำด้วยผลึก ประดับประดาด้วยกินมีค่าน่าพิศวง เจริญตาเจริญใจ ทำให้มีแต่ความยินดี ท้องทุ่งเต็มไปด้วยต้นไม้กำลังผลิดอกออกผลมีทั้งดอกตูม ดอกบาน ผลไม้ดิบ และผลไม้สุก
เด็ก ๆ ต่างกระจายกันไปหาผลไม้ตามใจชอบของตนเอง ณ ที่นี้ พ่อเห็นเด็กขอพ่อแก่ ไม่มีฟัน หน้าตามีริ้วรอย ผมหงอก หลังโก่ง ขาเป๋ บางคนต้องใช้ไม้เท้า พ่อแปลกใจในการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ เสียงนั้นบอกว่า
เธอแปลกใจหรือที่เห็นเด็ก ๆ เปลี่ยนแปลงเช่นี้ เธอต้องเข้าใจว่า ออกเดินทางไม่ใช่วันเดียวนะ กินเวลาเป็นปี ๆ เป็นเสียงดนตรีที่ทำให้เธอเพลิดเพลินจนลืมเวลา ไม่เชื่อก็มองหน้าเธอเองดูซิ แล้วก็ให้กระจกพ่อ
เมื่อพ่อส่องหน้าที่กระจกก็เห็นว่า หน้าตามีริ้วรอยเหมือนคนชรา ฟันหักเหลือไม่กี่ซี่
คนอื่น ๆ เดินต่อไป เด็ก ๆ ขอหยุดดูสิ่งใหม่ ๆ แต่พ่อบอกเขาว่า เดินไปข้างหน้าเถิด เราไม่ต้องการอะไร เราไม่หิว ไม่กระหายเดินไปเถอะ
พอใกล้ภูเขาลูกที่ 10 ก็เห็นมีแสงสว่างทวีขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายกับออกมาจากประตูคฤหาสน์ คราวนี้เสียงเพลงเริ่มขึ้นใหม่มีแต่ในสวรรค์เท่านั้นที่จะได้ยินเสียงเพลงไพเราะและชื่นบานแบบนี้ พ่อรู้สึกว่าวิญญาณเปี่ยมล้นด้วยความยินดี แล้วก็ตื่น รู้สึกว่าตนเองนอนอยู่บนเตียง
คุณพ่อบอสโกได้อธิบายความฝันนี้ว่า
หว่างเขานั้นเป็นโลก ทางขึ้นเขาหมายถึงอุปสรรคในการที่สละโลก รถคนนั้นคือผู้ที่ไม่เคยเสียความบริสุทธิ์ของศีลล้างบาป เด็กที่เดินตามหมายถึง ผู้ที่เคยทำบาป แล้วเป็นทุกข์ถึงบาป ภูเขา 10 ลูก หมายถึงพระบัญญัติ 10 ประการซึ่งถ้าเราปฏิบัติก็นำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร
ถ้าลูกอยากทราบพ่อกก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะบอกให้ทราบว่า เธออยู่ในพวกใด อยู่ในรถ พวกที่เดินอยู่ หรือตกจากรถ
(จากประวัตินักบุญยอห์น บอสโก เล่ม 7,796)